ในยุคที่ผู้คนต้องเผชิญกับความเครียดและความเหนื่อยล้าจากการทำงานและชีวิตประจำวัน การนวดจึงกลายเป็นหนึ่งในวิธีผ่อนคลายที่ได้รับความนิยมอย่างมาก และหนึ่งในองค์ประกอบสำคัญที่ช่วยให้การนวดมีประสิทธิภาพและสบายยิ่งขึ้น คือ “น้ำมันนวด”
น้ำมันนวดช่วยให้การนวดลื่นไหล ลดแรงเสียดสีระหว่างมือผู้นวดกับผิว อีกทั้งยังช่วยบำรุงผิว คลายกล้ามเนื้อ และเสริมประสบการณ์การผ่อนคลายให้ดียิ่งขึ้น ปัจจุบันน้ำมันนวดมีให้เลือกหลากหลายชนิด ทั้งน้ำมันธรรมชาติ น้ำมันอโรม่า และน้ำมันที่ใช้เพื่อการบำบัดเฉพาะทาง การเลือกน้ำมันนวดให้เหมาะสมกับสภาพผิวและวัตถุประสงค์จึงเป็นสิ่งสำคัญ ไม่ว่าจะเป็นการนวดในร้านสปา ร้านนวด หรือการนวดด้วยตนเองที่บ้าน
หัวข้อ

น้ำมันนวดคืออะไร?
น้ำมันนวด (Massage Oil) คือผลิตภัณฑ์ที่ใช้ระหว่างการนวด เพื่อช่วยให้มือของผู้นวดเคลื่อนไหวได้อย่างนุ่มนวล ลดการเสียดสี และเพิ่มประสิทธิภาพในการผ่อนคลาย นอกจากนี้ยังช่วยบำรุงผิว บรรเทาอาการปวดเมื่อย และช่วยให้กล้ามเนื้อคลายตัวได้ดีขึ้น น้ำมันนวดมีทั้งสูตรธรรมชาติ สูตรผสมกลิ่นอโรม่า และสูตรเฉพาะสำหรับการบำบัดสุขภาพ
8 ประเภทน้ำมันนวดที่นิยมในร้านนวดและสปา
1. น้ำมันมะพร้าว (Coconut Oil)
- เนื้อบางเบา ซึมง่าย ไม่เหนียว
- ให้ความชุ่มชื้นสูง เหมาะกับผิวแห้งมาก
- มีกรดลอริกช่วยลดแบคทีเรีย
เหมาะสำหรับ: นวดผ่อนคลาย นวดน้ำมันทั่วไป และนวดทารก
2. น้ำมันอัลมอนด์ (Sweet Almond Oil)
- เนื้อนุ่ม ลื่น ยืดเวลาการนวดได้ดี
- อุดมด้วยวิตามิน A และ E ช่วยบำรุงผิว
เหมาะสำหรับ: นวดอโรม่า และนวดบำรุงผิวหน้า–ผิวกาย
3. น้ำมันโจโจ้บา (Jojoba Oil)
- โครงสร้างใกล้เคียงน้ำมันธรรมชาติของผิว
- ไม่อุดตันรูขุมขน ลดการระคายเคือง
เหมาะสำหรับ: ผิวแพ้ง่าย ผิวมัน และสปาระดับพรีเมียม
4. น้ำมันสวีทออเรนจ์ / น้ำมันส้ม (Sweet Orange Oil)
- กลิ่นสดชื่น ช่วยผ่อนคลายอารมณ์
- กระตุ้นการไหลเวียนโลหิต
เหมาะสำหรับ: นวดอโรม่า และนวดคลายเครียด
5. น้ำมันลาเวนเดอร์ (Lavender Oil)
- ช่วยให้นอนหลับดี ลดความวิตกกังวล
- มีฤทธิ์ฆ่าเชื้ออ่อนๆ
เหมาะสำหรับ: นวดก่อนนอน และผู้ที่มีความเครียดสะสม
6. น้ำมันยูคาลิปตัส (Eucalyptus Oil)
- ช่วยเปิดโพรงจมูก ลดอาการคัดจมูก
- ลดการอักเสบของกล้ามเนื้อ
เหมาะสำหรับ: นวดแก้ปวดเมื่อย นวดสปอร์ต และผู้เป็นหวัดหรือไซนัส
7. น้ำมันงา (Sesame Oil)
- ให้ความอบอุ่นแก่ผิว มีสารต้านอนุมูลอิสระ
- ช่วยให้กล้ามเนื้อคลายตัวดี
เหมาะสำหรับ: นวดแผนไทย และนวดแบบอายุรเวท
8. น้ำมันองุ่น (Grapeseed Oil)
- เนื้อบางเบา ไม่อุดตันรูขุมขน
- กลิ่นอ่อน เหมาะสำหรับผสมกลิ่นอโรม่า
เหมาะสำหรับ: นวดน้ำมันทั่วไป และสปามืออาชีพ

ประโยชน์ของน้ำมันนวด
- ช่วยผ่อนคลายและลดความเครียด – กลิ่นอโรม่า เช่น ลาเวนเดอร์หรือส้ม ช่วยให้สมองผ่อนคลาย ลดความกังวล และช่วยให้นอนหลับดีขึ้น
- บำรุงผิวให้ชุ่มชื้น – น้ำมันธรรมชาติช่วยเติมความชุ่มชื้น ทำให้ผิวนุ่ม เรียบเนียน และสุขภาพดี
- ช่วยคลายกล้ามเนื้อและลดอาการปวดเมื่อย – น้ำมันบางชนิดช่วยลดการอักเสบ เหมาะสำหรับผู้ที่ออกกำลังกายหรือใช้งานกล้ามเนื้อหนัก
- กระตุ้นการไหลเวียนโลหิต – การนวดร่วมกับน้ำมันช่วยให้เลือดไหลเวียนดี ลดอาการชา และเพิ่มความยืดหยุ่นของกล้ามเนื้อ
วิธีเลือกน้ำมันนวดให้เหมาะกับผิว
- ผิวแห้งมาก: เลือกน้ำมันมะพร้าว อัลมอนด์ หรือ งา
- ผิวมัน / เป็นสิวง่าย: เลือกโจโจ้บา หรือ น้ำมันองุ่น
- ผิวแพ้ง่าย: เลือกน้ำมันบริสุทธิ์ ไม่มีน้ำหอมสังเคราะห์
- ต้องการผ่อนคลายด้วยกลิ่น: เลือกลาวนเดอร์ สวีทออเรนจ์ หรือโรส
สรุป
น้ำมันนวดมีหลากหลายประเภท แต่ละประเภทน้ำมันนวดมีคุณสมบัติและประโยชน์ที่แตกต่างกัน การเลือกประเภทน้ำมันนวดให้เหมาะกับสภาพผิวและความต้องการ จะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพของการนวด ทำให้รู้สึกผ่อนคลายมากยิ่งขึ้น พร้อมบำรุงผิวไปในตัว ไม่ว่าจะเป็นการนวดในร้านสปา ร้านนวด หรือการนวดที่บ้าน การรู้จักประเภทน้ำมันนวดอย่างถูกต้องจะช่วยให้คุณได้รับผลลัพธ์ที่ดีที่สุดจากทุกการนวด
ติดต่อ Victoria Bangkok
บริการนวดนอกสถานที่ในกรุงเทพฯ ดูแลโดยทีมหมอนวดมืออาชีพ พร้อมให้คุณผ่อนคลายอย่างเป็นส่วนตัว สะดวก และปลอดภัย
- Phone: 093-093-4663
- WhatsApp: Victoria Bangkok
- LINE Official Account: Victoria Bangkok
- Website: www.victoriabangkok.com
- Maps: The Victoria Outcall Bangkok
📌 แนะนำให้จองล่วงหน้า เพื่อให้เราเตรียมหมอนวดที่เหมาะกับคุณที่สุด














